ตาขี้เกียจ ไม่สังเกตให้ดี อาจเสี่ยงตาบอด!
อัพเดทล่าสุด: 10 ก.พ. 2024
1177 ผู้เข้าชม

โรคตาขี้เกียจ (amblyopia)
เป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็กตั้งแต่อายุ 1-7 ปี หากไม่สังเกตให้ดี อาจทำให้ถึงขั้นเสี่ยงตาบอดได้!
โรคตาขี้เกียจ หรือที่พูดกันทั่วไปคือ โรคตาบอดตาใส เป็นภาวะที่ผู้ป่วยมองเห็นผิดปกติ ตาทั้ง 2 ข้างเห็นชัดไม่เท่ากัน ร่างกายจึงเลือกใช้ตาข้างที่เห็นชัดมากกว่า ทำให้การพัฒนาของระบบประสาทส่วนการมองเห็นของตาข้างนั้นๆ ลดลงหรือทำให้สมองพัฒนาการการมองเห็นลดลงทั้ง 2 ข้าง
การพัฒนาระบบประสาทในส่วนการมองเห็น จะเริ่มต้นตั้งแต่ช่วง 3 เดือนแรก ไปถึง อายุ 9 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่มีการพัฒนาการของการมองเห็นสูงสุด หากปล่อยทิ้งไว้นานๆ จะทำให้รักษาได้ยากขึ้น
สาเหตุของโรค
- มีสิ่งกีดขวาง เช่น หนังตาตก กระจกตาขุ่น ต้อกระจก หรือมีเลือดออกในตา
- ตาเข ถ้าสมองเลือกรับภาพจากตาใดตาหนึ่งซ้ำๆ เพียงข้างเดียว ตาอีกข้างอาจจึงเกิดเป็นตาขี้เกียจ
- สายตาสั้น ยาว หรือเอียง ถ้ายิ่งไม่ได้ใส่แว่นเพื่อแก้ไข ก็อาจทำให้เกิดตาขี้เกียจได้
บทความที่เกี่ยวข้อง
ลูกน้อยร้องไห้โคลิค แล้วโคลิคคืออะไร? อาการเป็นอย่างไร? อันตรายหรือไม่? ลูลู่กูรู มีคำตอบค่ะ..
"ปานสตรอว์เบอร์รี" หรือ Haemangiomas เป็นปานชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยในเด็กทารก มีสีแดงหรือม่วงคล้ายผลสตรอว์เบอร์รี สามารถเกิดขึ้นได้ทุกส่วนของร่างกาย แต่พบบ่อยบริเวณศีรษะและลำคอ โดยจะเริ่มพัฒนาขึ้นหลังคลอดไม่นาน
อาการเจ็บป่วยร้ายแรงในเด็กเล็กวัย 0-3 ปีเป็นเรื่องที่ผู้ปกครองต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่ร่างกายและระบบภูมิคุ้มกันกำลังพัฒนา จึงมีโอกาสติดเชื้อและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย การเรียนรู้และสังเกตอาการเหล่านี้จะช่วยให้สามารถพาเด็กไปพบแพทย์ได้ทันท่วงทีและลดความเสี่ยงต่ออันตรายได้


