แชร์

เตรียมตัว ฝากไข่-สเปิร์ม เพื่อวางแผนมีบุตร

อัพเดทล่าสุด: 4 พ.ค. 2024
993 ผู้เข้าชม

การฝากไข่-ฝากสเปิร์ม เพื่อวางแผนการมีบุตร

การฝากไข่และสเปิร์ม เหมาะสำหรับชาย หญิง ที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ แต่ยังไม่พร้อมมีบุตร เป็นการเก็บรักษาคุณภาพของไข่และสเปิร์มให้มีคุณภาพดีและสามารถนำมาใช้เมื่อคู่สมรสพร้อมที่จะมีบุตร จะได้ผลดีและได้ไข่ที่มีคุณภาพดีที่สุด ควรทำการฝากไข่ก่อนอายุ 35 ปี และไม่ควรเกินอายุ 45 ปี เพราะโดยธรรมชาติ ผู้หญิงที่มีอายุเกิน 35 ปี จะมีการทำงานของรังไข่ลดลง รวมทั้งคุณภาพและปริมาณของไข่ก็ลดลงอย่างชัดเจน ส่งผลให้การมีลูกด้วยวิธีตามธรรมชาตินั้นยากมากยิ่งขึ้น

การฝากไข่ สำหรับผู้หญิง (Egg freezing) 

คือการเลือกไข่คุณภาพดีเพื่อการมีบุตร โดยนำเซลล์สืบพันธุ์ของผู้หญิงที่เรียกว่า เซลล์ไข่ ที่มีความสมบูรณ์ มีคุณภาพที่ดีนำออกมาเก็บไว้โดยวิธีแช่แข็ง สามารถเก็บไข่ครั้งละมากกว่า 1 ฟอง จึงสามารถเลือกไข่คุณภาพดีมาทำการปฏิสนธิ

ผลข้างเคียง
  • อาจมีเลือดออกในรังไข่ ส่งผลให้ปวดท้องประมาณ 1-2 วัน โดยไม่มีอาการรุนแรงใดๆ
  • อาการคัดเต้านม บวมน้ำ ขาบวม
  • น้ำหนักขึ้น
* ผลข้างเคียงต่างๆ จะปรากฏก่อนช่วงมีประจำเดือน เมื่อประจำเดือนกลับมาปกติ อาการต่างๆ ก็จะหายไป  เนื่องจากฮอร์โมนลดลงเป็นปกติ

การฝากสเปิร์ม สำหรับผู้ชาย (Sperm freezing)

คือ การนำสเปิร์มจากน้ำอสุจิของผู้ชายไปแช่แข็ง ใช้กระบวนการเดียวกับการแช่แข็งไข่ เพียงแต่มีขั้นตอนที่ง่ายกว่า โดยเก็บจากการหลั่งอสุจิตามธรรมชาติ แล้วนำไปคัดเลือกสเปิร์มใส่หลอด ซึ่งสามารถเก็บได้ครั้งละมากกว่าล้านตัว แล้วนำไปแช่แข็งในกระบวนการลดอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว ไม่มีผลข้างเคียง

ระยะเวลาการเก็บรักษา 

โดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำให้ใช้ภายใน 5 ปี เพื่อประโยชน์สูงสุด เพราะหลังจาก 5 ปีอาจมีความเสี่ยงที่ไข่หรือสเปิร์มที่แช่แข็งไว้จะเสื่อมคุณภาพมากกว่าในช่วง 5 ปีแรก แต่บางครั้งแม้เก็บไว้ 7 10 ปีก็ยังนำออกมาใช้ได้


บทความที่เกี่ยวข้อง
อาการ หูติดเชื้อในเด็กเล็ก
ภาวะหูติดเชื้อในเด็กเล็ก หรือที่เรียกว่า "หูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน" (Acute Otitis Media) เป็นโรคที่พบบ่อยมากในเด็ก โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี เนื่องจากโครงสร้างทางกายวิภาคของเด็กยังไม่สมบูรณ์ และระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่
รู้จักและรับมือ ภาวะหลังคลอด
คุณแม่มือใหม่ เตรียมรับมือกับภาวะหลังคลอด ส่งผลกระทบทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ สาเหตุหลักๆ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรนในร่างกายของคุณแม่ลดต่ำลงหลังคลอดบุตร
มีอะไร? อยู่ในน้ำนมแม่
ในน้ำนมแม่มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็น...
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้