แชร์

เตรียมตัว ฝากไข่-สเปิร์ม เพื่อวางแผนมีบุตร

อัพเดทล่าสุด: 4 พ.ค. 2024
1111 ผู้เข้าชม

การฝากไข่-ฝากสเปิร์ม เพื่อวางแผนการมีบุตร

การฝากไข่และสเปิร์ม เหมาะสำหรับชาย หญิง ที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ แต่ยังไม่พร้อมมีบุตร เป็นการเก็บรักษาคุณภาพของไข่และสเปิร์มให้มีคุณภาพดีและสามารถนำมาใช้เมื่อคู่สมรสพร้อมที่จะมีบุตร จะได้ผลดีและได้ไข่ที่มีคุณภาพดีที่สุด ควรทำการฝากไข่ก่อนอายุ 35 ปี และไม่ควรเกินอายุ 45 ปี เพราะโดยธรรมชาติ ผู้หญิงที่มีอายุเกิน 35 ปี จะมีการทำงานของรังไข่ลดลง รวมทั้งคุณภาพและปริมาณของไข่ก็ลดลงอย่างชัดเจน ส่งผลให้การมีลูกด้วยวิธีตามธรรมชาตินั้นยากมากยิ่งขึ้น

การฝากไข่ สำหรับผู้หญิง (Egg freezing) 

คือการเลือกไข่คุณภาพดีเพื่อการมีบุตร โดยนำเซลล์สืบพันธุ์ของผู้หญิงที่เรียกว่า เซลล์ไข่ ที่มีความสมบูรณ์ มีคุณภาพที่ดีนำออกมาเก็บไว้โดยวิธีแช่แข็ง สามารถเก็บไข่ครั้งละมากกว่า 1 ฟอง จึงสามารถเลือกไข่คุณภาพดีมาทำการปฏิสนธิ

ผลข้างเคียง
  • อาจมีเลือดออกในรังไข่ ส่งผลให้ปวดท้องประมาณ 1-2 วัน โดยไม่มีอาการรุนแรงใดๆ
  • อาการคัดเต้านม บวมน้ำ ขาบวม
  • น้ำหนักขึ้น
* ผลข้างเคียงต่างๆ จะปรากฏก่อนช่วงมีประจำเดือน เมื่อประจำเดือนกลับมาปกติ อาการต่างๆ ก็จะหายไป  เนื่องจากฮอร์โมนลดลงเป็นปกติ

การฝากสเปิร์ม สำหรับผู้ชาย (Sperm freezing)

คือ การนำสเปิร์มจากน้ำอสุจิของผู้ชายไปแช่แข็ง ใช้กระบวนการเดียวกับการแช่แข็งไข่ เพียงแต่มีขั้นตอนที่ง่ายกว่า โดยเก็บจากการหลั่งอสุจิตามธรรมชาติ แล้วนำไปคัดเลือกสเปิร์มใส่หลอด ซึ่งสามารถเก็บได้ครั้งละมากกว่าล้านตัว แล้วนำไปแช่แข็งในกระบวนการลดอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว ไม่มีผลข้างเคียง

ระยะเวลาการเก็บรักษา 

โดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำให้ใช้ภายใน 5 ปี เพื่อประโยชน์สูงสุด เพราะหลังจาก 5 ปีอาจมีความเสี่ยงที่ไข่หรือสเปิร์มที่แช่แข็งไว้จะเสื่อมคุณภาพมากกว่าในช่วง 5 ปีแรก แต่บางครั้งแม้เก็บไว้ 7 10 ปีก็ยังนำออกมาใช้ได้


บทความที่เกี่ยวข้อง
อาหารบำรุง คุณแม่น้ำนมน้อย น้ำนมหด
6 เดือนแรก หลังคุณแม่คลอด เป็นช่วงเวลาสำคัญอย่างยิ่งที่ทารกจะต้องได้กินนมแม่อย่างเพียงพอ ...
เทคนิค "ลดน้ำหนัก" คุณแม่หลังคลอด
การลดน้ำหนักหลังคลอดนั้นมีข้อจำกัดหลายด้าน เนื่องจากในขณะที่คุณแม่ลดน้ำหนักก็อยู่ในระหว่างการให้นมบุตรด้วยเช่นกัน
ท่าทางลูกน้อยบอก "ความหิว"
เมื่อลูกร้องไห้ คนเป็นแม่ย่อมปวดใจ แต่การร้องไห้ของเด็กทารกก็มีหลากหลายสาเหตุ หนึ่งในนั้นคือ "ความหิว" โดยคุณแม่มือใหม่มักประสบปัญหาไม่รู้ว่าลูกน้อยจะหิวเมื่อไหร่ แล้วต้องให้ดูดนมตอนไหน เพราะเด็กทารกแน่นอนว่าไม่สามารถบอกได้ว่าตัวเองต้องการอะไรกันแน่..
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้