แชร์

จุดแดง "ปานสตรอว์เบอร์รี่" อันตรายต่อเด็กแรกเกิดหรือไม่?

อัพเดทล่าสุด: 8 ต.ค. 2025
485 ผู้เข้าชม

ปานสตรอว์เบอร์รี่ อันตรายต่อเด็กแรกเกิดหรือไม่

"ปานสตรอว์เบอร์รี" หรือ Haemangiomas เป็นปานชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยในเด็กทารก มีสีแดงหรือม่วงคล้ายผลสตรอว์เบอร์รี สามารถเกิดขึ้นได้ทุกส่วนของร่างกาย แต่พบบ่อยบริเวณศีรษะและลำคอ โดยจะเริ่มพัฒนาขึ้นหลังคลอดไม่นาน เกิดจากการที่เซลล์ซึ่งบุหลอดเลือด (ทั้งหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำ) เจริญเติบโตมากผิดปกติ

ลักษณะและอาการ
  • มักปรากฏขึ้นในช่วงวัยทารกตอนต้น
  • ในช่วงแรกอาจดูเหมือนรอยข่วนหรือรอยฟกช้ำจากการคลอด
  • หากอยู่บนผิวหนัง จะมีลักษณะเป็นปื้นแบนสีแดงคล้ายสตรอว์เบอร์รี
  • หากอยู่ลึกเข้าไปในผิวหนัง จะมีลักษณะเป็นก้อนสีออกน้ำเงิน
  • บางครั้งก็มีทั้งส่วนที่อยู่บนผิวและส่วนที่อยู่ลึกเข้าไป
การเติบโตและการหายไป

 

ในช่วง 2-3 เดือนแรก ปานจะโตเร็วมาก ซึ่งอาจทำให้ผู้ปกครองตกใจได้ แต่หลังจากนั้นการเติบโตจะช้าลง และจะค่อยๆ เริ่มหดตัวและจางหายไปเอง ส่วนใหญ่จะหายไปเกือบหมดเมื่อเด็กอายุ 3 ขวบ แต่บางกรณี (น้อยกว่า 1 ใน 10) อาจยังคงอยู่จนถึงอายุ 8-9 ปี เมื่อหายไปแล้ว อาจทิ้งร่องรอยเป็นผิวหนังที่หย่อนคล้อยไว้บ้าง

อาการที่ควรระวัง
  • ผิวบริเวณปานอาจเกิดเป็นแผล ซึ่งทำให้เจ็บปวดและมีเลือดออกได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณที่เกิดแรงกดทับ เช่น บริเวณที่ผ้าอ้อมรัด
  • หากปานเกิดแผลและเจ็บปวดมาก ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังหรือกุมารแพทย์
  • ปานมีขนาดใหญ่ (ใหญ่กว่า 3 ซม.) หรือเด็กที่มีปานมากกว่า 5 จุด ควรได้รับการตรวจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เมื่อไหร่ที่ต้องไปพบแพทย์
  • ปานกดทับโครงสร้างที่สำคัญ เช่น ตา, จมูก, หู หรือหลอดลม
  • ปานที่เปลือกตาหรือมีขนาดใหญ่บนใบหน้า ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาด้านการมองเห็น เช่น ตาบอด
  • ปานมีเลือดออก, เป็นแผล, เจ็บปวด และไม่หาย
  • ปานมีผลกระทบต่อความมั่นใจและการเข้าสังคมของเด็กเมื่อเข้าสู่วัยเรียน


บทความที่เกี่ยวข้อง
"ร้องโคลิค" โคลิคคืออะไร? อันตรายหรือไม่
ลูกน้อยร้องไห้โคลิค แล้วโคลิคคืออะไร? อาการเป็นอย่างไร? อันตรายหรือไม่? ลูลู่กูรู มีคำตอบค่ะ..
Triple-P สูตรเด็ด! เลี้ยงลูกให้มีคุณภาพ
เวลานาทีทองของเด็ก คือ ตั้งแต่แรกเกิดถึง 5 ปี เพราะเป็นช่วงที่มีการพัฒนาการทางสมองและเรียนรู้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นช่วงเวลานี้จึงเหมาะสมอย่างมากที่จะส่งเสริมพัฒนาการและสร้างวินัยเชิงบวกโดยครอบครัวมีส่วนร่วม
ฝึกลูก "นอนยาว" คุณแม่ได้พัก ลูกน้อยก็แฮปปี้
วิธีฝึกลูกนอนยาวฉบับไม่ใจร้าย เทคนิคการสร้าง Routine ให้ลูกรู้ว่านี่คือเวลานอน หัวใจสำคัญคือ "ความสม่ำเสมอ" เราไม่ได้ปล่อยให้เขาร้องไห้จนหลับไปเอง แต่เรากำลังสร้าง เข็มนาฬิกาในตัวลูก
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้