แชร์

รู้จักและรับมือ ภาวะหลังคลอด

อัพเดทล่าสุด: 7 ก.ย. 2023
265 ผู้เข้าชม

ภาวะหลังคลอดทางด้านร่างกาย

หลังจากคลอดบุตรประมาณ 6 สัปดาห์แรก จะเป็นช่วงที่ร่างกายคุณแม่เปลี่ยนแปลงและกำลังปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติ โดยความเปลี่ยนแปลงที่มักเกิดขึ้นในช่วงนี้ ได้แก่

  • น้ำคาวปลา คือ เนื้อเยื่อและเลือดที่ไหลออกมาจากโพรงมดลูกหลังการคลอด ซึ่งเกิดจากการหลุดลอกตัวของรก น้ำคาวปลาจะถูกขับออกมาจากมดลูกโดย 3-4 วันแรกหลังคลอด

 

  • เต้านมคัดตึง เป็นอาการปกติของภาวะหลังคลอด อาจทำให้คุณแม่เจ็บเต้านม เต้านมแข็ง ตึง ปวดเต้านม ลานนมตึงแข็ง และครั่นเนื้อ ครั่นตัว เหมือนไม่สบาย 

 

  • ผมร่วงหลังคลอด ช่วงขณะตั้งครรภ์ ระดับฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้อัตราการงอกใหม่ของเส้นผมเพิ่มมากขึ้น คุณแม่ตั้งครรภ์จึงดูมีผมดกหนา แต่ในทางกลับกันเมื่อคลอดบุตรแล้วระดับฮอร์โมนจึงเกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดอาการผมร่วงมากกว่าปกติ ซึ่งไม่ใช่อาการผิดปกติแต่อย่างใด โดยทั่วไปอาการผมร่วงนี้จะหายไปเองภายใน 6-12 เดือน เมื่อฮอร์โมนกลับสู่ระดับปกติ

 

  • ท้องผูก คุณแม่จึงควรเน้นกินอาหารที่มีเส้นใยสูง เน้นผัก ผลไม้ หรือธัญพืช และดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อช่วยให้ระบบขับถ่ายได้ง่ายขึ้น

 

  • กลั้นปัสสาวะไม่ได้ เนื่องจากการคลอดทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานของคุณแม่ยืดออก จะเกิดภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้เมื่อมีการไอ จาม หรือหัวเราะ จะทำให้เกิดปัสสาวะเล็ดออกมาได้  แนะนำให้คุณแม่หลังคลอดใส่ผ้าอนามัย และหมั่นบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเป็นประจำ จะช่วยให้อุ้งเชิงกรานกระชับมากขึ้นและต้องใช้เวลาสักระยะจึงจะหายจากอาการปัสสาวะเล็ด 


นอกจากความเปลี่ยนแปลงที่เกินทางด้านร่างกายแล้ว ยังเกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์และสภาพจิตใจด้วย ดังนี้

  • ภาวะเศร้าหลังคลอด (Postpartum blue) เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่ที่ยังปรับตัวหลังคลอดไม่ค่อยได้ จะมีอาการหงุดหงิด เศร้า เสียใจ อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย ร่างกายอ่อนเพลีย นอนไม่หลับ มีความกังวลเรื่องลูกระยะเวลาของอาการนี้อาจอยู่ประมาณ 5 วันหลังคลอด และจะหายไปเองภายใน 2 สัปดาห์

 

  • โรคซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum depression) เกิดจากความผิดปกติของอารมณ์หลังคลอดระดับปานกลางจนถึงรุนแรงโดยมีอาการ เช่น นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร ร้องไห้บ่อย อ่อนไหวง่าย บางครั้งหงุดหงิด ความผูกพันกับลูกหายไป บางครั้งเกิดอยากทำร้ายตัวเอง ทำร้ายลูกเป็นต้น ซึ่งผู้ที่มีประวัติเป็นคนอารมณ์อ่อนไหวง่าย มีคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ผู้ที่ต้องเผชิญกับความเครียดหรือเคยมีประวัติความผิดปกติทางอารมณ์มาก่อนมีแนวโน้มที่จะเป็นกับโรคซึมเศร้าหลังคลอดได้ระยะอาการมีตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไปจนถึงหลายเดือน หรือเป็นปี ต้องได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ด้วยการเข้ารับการบำบัดโดยนักจิตวิทยาคลินิก เพื่อทำความเข้าใจกับอาการต่างๆ ที่คุณแม่กำลังเผชิญอยู่รวมทั้งแรงสนับสนุนและการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัวก็จะช่วยให้อาการดีขึ้น

    ทั้งหมดนี้คือภาวะหลังคลอดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ คุณแม่ควรสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตนเองอยู่เสมอ ทั้งทางร่างกายและอารมณ์ หากคุณแม่หลังคลอดคนใดมีอาการผิดปกติ หรือเป็นนานเกินไป ควรปรึกษาแพทย์ทันที



บทความที่เกี่ยวข้อง
ท่าอุ้มให้นมลูก อุ้มเข้าเต้าอย่างไรให้ถูกวิธี
ท่าทางการอุ้มในการ จะต้องเรียนรู้ให้ถูกต้อง เหมาะสม เพื่อให้ทารกอยู่ในท่าที่สบายสามารถดูดนมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนทำให้คุณแม่ไม่ต้องเสี่ยงต่อการหัวนมแตก หรือเป็นก้อน หากการดูดไม่เกลี้ยงเต้า หรือรู้สึกไม่สุขสบายขณะให้นมทารก
เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ดีอย่างไร
การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช่วยให้สมองของทารกมีการพัฒนาที่ดีและมีความจำที่ดีเมื่อเติบโตขึ้น คุณแม่ที่คลอดลูกควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป เพื่อให้ลูกมีภูมิคุ้มกันทางร่างกายที่ดีไม่เจ็บป่วยง่าย แข็งแรง
5 อาการเจ็บป่วยร้ายแรงในเด็กเล็ก 0-3 ปี
อาการเจ็บป่วยร้ายแรงในเด็กเล็กวัย 0-3 ปีเป็นเรื่องที่ผู้ปกครองต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่ร่างกายและระบบภูมิคุ้มกันกำลังพัฒนา จึงมีโอกาสติดเชื้อและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย การเรียนรู้และสังเกตอาการเหล่านี้จะช่วยให้สามารถพาเด็กไปพบแพทย์ได้ทันท่วงทีและลดความเสี่ยงต่ออันตรายได้
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้