แชร์

รู้จักและรับมือ ภาวะหลังคลอด

อัพเดทล่าสุด: 7 ก.ย. 2023
293 ผู้เข้าชม

ภาวะหลังคลอดทางด้านร่างกาย

หลังจากคลอดบุตรประมาณ 6 สัปดาห์แรก จะเป็นช่วงที่ร่างกายคุณแม่เปลี่ยนแปลงและกำลังปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติ โดยความเปลี่ยนแปลงที่มักเกิดขึ้นในช่วงนี้ ได้แก่

  • น้ำคาวปลา คือ เนื้อเยื่อและเลือดที่ไหลออกมาจากโพรงมดลูกหลังการคลอด ซึ่งเกิดจากการหลุดลอกตัวของรก น้ำคาวปลาจะถูกขับออกมาจากมดลูกโดย 3-4 วันแรกหลังคลอด

 

  • เต้านมคัดตึง เป็นอาการปกติของภาวะหลังคลอด อาจทำให้คุณแม่เจ็บเต้านม เต้านมแข็ง ตึง ปวดเต้านม ลานนมตึงแข็ง และครั่นเนื้อ ครั่นตัว เหมือนไม่สบาย 

 

  • ผมร่วงหลังคลอด ช่วงขณะตั้งครรภ์ ระดับฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้อัตราการงอกใหม่ของเส้นผมเพิ่มมากขึ้น คุณแม่ตั้งครรภ์จึงดูมีผมดกหนา แต่ในทางกลับกันเมื่อคลอดบุตรแล้วระดับฮอร์โมนจึงเกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดอาการผมร่วงมากกว่าปกติ ซึ่งไม่ใช่อาการผิดปกติแต่อย่างใด โดยทั่วไปอาการผมร่วงนี้จะหายไปเองภายใน 6-12 เดือน เมื่อฮอร์โมนกลับสู่ระดับปกติ

 

  • ท้องผูก คุณแม่จึงควรเน้นกินอาหารที่มีเส้นใยสูง เน้นผัก ผลไม้ หรือธัญพืช และดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อช่วยให้ระบบขับถ่ายได้ง่ายขึ้น

 

  • กลั้นปัสสาวะไม่ได้ เนื่องจากการคลอดทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานของคุณแม่ยืดออก จะเกิดภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้เมื่อมีการไอ จาม หรือหัวเราะ จะทำให้เกิดปัสสาวะเล็ดออกมาได้  แนะนำให้คุณแม่หลังคลอดใส่ผ้าอนามัย และหมั่นบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเป็นประจำ จะช่วยให้อุ้งเชิงกรานกระชับมากขึ้นและต้องใช้เวลาสักระยะจึงจะหายจากอาการปัสสาวะเล็ด 


นอกจากความเปลี่ยนแปลงที่เกินทางด้านร่างกายแล้ว ยังเกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์และสภาพจิตใจด้วย ดังนี้

  • ภาวะเศร้าหลังคลอด (Postpartum blue) เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่ที่ยังปรับตัวหลังคลอดไม่ค่อยได้ จะมีอาการหงุดหงิด เศร้า เสียใจ อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย ร่างกายอ่อนเพลีย นอนไม่หลับ มีความกังวลเรื่องลูกระยะเวลาของอาการนี้อาจอยู่ประมาณ 5 วันหลังคลอด และจะหายไปเองภายใน 2 สัปดาห์

 

  • โรคซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum depression) เกิดจากความผิดปกติของอารมณ์หลังคลอดระดับปานกลางจนถึงรุนแรงโดยมีอาการ เช่น นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร ร้องไห้บ่อย อ่อนไหวง่าย บางครั้งหงุดหงิด ความผูกพันกับลูกหายไป บางครั้งเกิดอยากทำร้ายตัวเอง ทำร้ายลูกเป็นต้น ซึ่งผู้ที่มีประวัติเป็นคนอารมณ์อ่อนไหวง่าย มีคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ผู้ที่ต้องเผชิญกับความเครียดหรือเคยมีประวัติความผิดปกติทางอารมณ์มาก่อนมีแนวโน้มที่จะเป็นกับโรคซึมเศร้าหลังคลอดได้ระยะอาการมีตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไปจนถึงหลายเดือน หรือเป็นปี ต้องได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ด้วยการเข้ารับการบำบัดโดยนักจิตวิทยาคลินิก เพื่อทำความเข้าใจกับอาการต่างๆ ที่คุณแม่กำลังเผชิญอยู่รวมทั้งแรงสนับสนุนและการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัวก็จะช่วยให้อาการดีขึ้น

    ทั้งหมดนี้คือภาวะหลังคลอดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ คุณแม่ควรสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตนเองอยู่เสมอ ทั้งทางร่างกายและอารมณ์ หากคุณแม่หลังคลอดคนใดมีอาการผิดปกติ หรือเป็นนานเกินไป ควรปรึกษาแพทย์ทันที



บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำไมลูกน้อยถึงอุจจาระบ๊อยบ่อย เป็นเพราะอะไรนะ?
โดยปกติเด็กทารกที่กินนมแม่จะถ่ายบ่อยอยู่แล้ว เป็นเพราะในน้ำนมแม่ มีส่วนประกอบที่ทำให้ถ่ายอุจจาระได้ง่าย เช่น โปรตีนเวย์ น้ำตาลแล็กโทส..
ทารกแรกเกิดกับความเสี่ยง "G6PD"
“โรคพร่องเอนไซม์ G6PD” เป็นโรคที่มีสาเหตุมาจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม จากแม่ไปสู่ลูก โดยร้อยละ 15 จะเกิดกับเพศชายมากกว่าเพศหญิง
ลูกตัวเหลือง อันตรายหรือไม่?
ภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด เป็นปัญหาทีพบได้บ่อยในทารกแรกเกิด เกิดจากสารสีเหลืองชือ ”บิลิรูบิน” ในเลือดสูงกว่าปกติ...
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้