แชร์

โภชนาการ สำหรับคุณแม่ให้นมบุตร

อัพเดทล่าสุด: 8 ก.ย. 2023
373 ผู้เข้าชม

อาหารและพลังงานสำหรับคุณแม่ให้นมบุตร
ในการผลิตน้ำนม ร่างกายคุณแม่ต้องใช้พลังงานประมาณ 20 กิโลแคลอรีเพื่อผลิตน้ำนม 30 มิลลิลิตร ดังนั้นร่างกายจึงต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างน้อยวันละ 500 กิโลแคลอรีเพื่อสร้างน้ำนมอย่างเพียงพอ (เฉลี่ย 750 มิลลิลิตรต่อวัน)
**กรณีที่น้ำหนักหลังคลอดค่อนข้างมาก อาจไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณอาหารที่รับประทาน เนื่องจากร่างกายนั้นสามารถดึงพลังงานและสารอาหารที่สะสมไว้ไปใช้ได้ก่อน ในกรณีนี้คุณแม่ให้นมสามารถรับประทานอาหารในปริมาณเท่าเดิมได้ และหลังจาก 6 เดือนเป็นต้นไป หากมีความต้องการจะลดน้ำหนักคุณแม่จึงค่อยเริ่มจำกัดปริมาณและชนิดของอาหารรวมถึงพลังงานที่ได้

เทคนิคการเลือกรับประทานอาหารและการปฏิบัติตนสำหรับคุณแม่ระยะให้นมบุตร
1. รับประทานอาหารที่มีโปรตีน
โปรตีนเป็นองค์ประกอบสำคัญของในน้ำนม ส่งเสริมการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อส่งผ่านไปยังลูกได้ การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนครบถ้วนและหลากหลาย เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ และเนื้อปลา ถั่วลันเตา เห็ดชนิดต่างๆ เพิ่มขึ้นประมาณ 2 ช้อนกินข้าวต่อมื้อ หรือเทียบเท่ากับไข่ไก่ 1 ฟองต่อมื้อ หรือดื่มนมประมาณ 3 แก้วต่อวัน

นอกจากนี้ การรับประทานปลาทะเลประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์จะทำให้ได้รับกรดไขมันชนิดโอเมก้า 3 และ DHA เพิ่มขึ้นซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาทางสมองและระบบประสาทของทารก ทั้งนี้ควรรับประทานปลาทะเลอย่างหลากหลาย เช่น ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน ปลาทู ปลาแซลมอน ปลากะพง ปลาจะละเม็ดขาว ปลานิล เป็นต้น แต่ไม่ควรรับประทานปลาชนิดเดิมทุกวัน เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของโลหะหนัก เช่น ปรอท ได้

2. รับประทานผักและผลไม้ทุกมื้อ
ผักและผลไม้หลากสีเป็นแหล่งของใยอาหาร วิตามิน เกลือแร่ และสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนควรรับประทานผักและผลไม้อย่างน้อย 400 กรัมต่อวัน

3. เลือกรับประทานอาหารกลุ่มข้าว-แป้งที่ขัดสีน้อยหรือไม่ขัดสี
อาหารกลุ่มข้าว-แป้งที่ขัดสีน้อยหรือไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต และธัญพืชชนิดต่างๆ เนื่องจากมีใยอาหารสูงช่วยลดการท้องผูก

4. ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ
การให้นมบุตรนั้นจะทำให้กระหายน้ำบ่อยขึ้น คุณแม่ควรดื่มน้ำวันละ 13-16 แก้วต่อวัน หรือดื่มน้ำ 1 แก้วใหญ่ทุกครั้งหลังการให้นมบุตร

5. เน้นอาหารปรุงสุก สะอาด สดใหม่
การรับประทานอาหารที่ปรุงสุก สะอาด สดใหม่ ทำให้ลดโอกาสการได้รับสารพิษจากแบคทีเรีย นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง อาหารกึ่งสุก กึ่งดิบและอาหารค้างคืนในระยะให้นมบุตร งดการสูบบุหรี่เนื่องจากการสูบบุหรี่จะมีผลให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้ลดลง ปริมาณวิตามินซีในน้ำนมก็ลดลง อีกทั้งเป็นการทำลายปอดของทารกอีกด้วย

6. อาหารมังสวิรัติ
หากรับประทานมังสวิรัติชนิดที่ไม่รับประทานนมและไข่ คุณแม่ระยะให้นมบุตรควรเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลาย เช่น ข้าว คีนัว เต้าหู้ เมล็ดถั่ว และถั่วเปลือกแข็ง เพื่อให้ได้รับกรดอะมิโนที่จำเป็นอย่างครบถ้วน เลือกรับประทานผักใบเขียวที่เป็นแหล่งของแคลเซียม เช่น ผักคะน้า ผักโขม ผักกวางตุ้ง บรอกโคลี รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่มีการเสริมแร่ธาตุชนิดต่างๆ เช่น แคลเซียม วิตามินดี ธาตุเหล็ก สังกะสี และวิตามินบี 12 เพื่อป้องกันภาวะขาดวิตามินบี 12 ซึ่งเป็นวิตามินที่สำคัญต่อการพัฒนาระบบประสาทในทารก


บทความที่เกี่ยวข้อง
คุณแม่มือใหม่กับวิธีการนับเมื่อลูกน้อย "ดิ้น"
การนับลูกดิ้น เป็นวิธีการประเมินสุขภาพของทารกในครรภ์ที่คุณแม่ทำได้เองง่ายๆ โดยเฉพาะคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูงเช่น ครรภ์เป็นพิษ หรือเบาหวาน เป็นต้น
ท่าทางลูกน้อยบอก "ความหิว"
เมื่อลูกร้องไห้ คนเป็นแม่ย่อมปวดใจ แต่การร้องไห้ของเด็กทารกก็มีหลากหลายสาเหตุ หนึ่งในนั้นคือ "ความหิว" โดยคุณแม่มือใหม่มักประสบปัญหาไม่รู้ว่าลูกน้อยจะหิวเมื่อไหร่ แล้วต้องให้ดูดนมตอนไหน เพราะเด็กทารกแน่นอนว่าไม่สามารถบอกได้ว่าตัวเองต้องการอะไรกันแน่..
ผ่าตัด "เสริมเต้านม" ให้นมลูกได้ไหม?
ผ่าตัดเสริมหน้าอก สามารถให้นมลูกได้หรือไม่ สามารถให้นมได้ตามปกติค่ะ แต่ถ้าหาก...
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้